|
Capacitor
เรียกตัวย่อสั้นๆว่า
C
C
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่
เก็บ และ คาย
ประจุไฟฟ้า
หรือที่มักได้ยินกันคือ
Charge และ Discharge
การทำงานของตัวเก็บประจุกับไฟ
DC หลักการของ C
คล้ายกับแบตเตอรี่
เพียงแต่ว่ามีขนาดเล็กกว่า
การเก็บประจุ
การคายประจุ

การทำงานของตัวเก็บประจุกับไฟ
AC
ตัว C
จะยอมให้ไฟฟ้ากระแสสลับผ่านตัวมันได้ทั้งช่วงที่เป็นบวกและลบ

|
ชนิดของตัวเก็บประจุ |
C ที่ใช้งานในปัจจุบันนั้นแบ่งได้เป็น
2 แบบ
C
แบบปรับค่าได้ (
Variable Capacitor ) C
ชนิดนี้จะสามารถปรับค่าควมจุได้
นิยมเห็นใช้งานในวงจรเครื่องรับวิทยุ
โทรทัศน์
และวงจรสร้างความถี่
C
แบบค่าคงที่
( Fixed Capacitor )
มีใช้งานในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมีทั้งแบบมีขั้วและไม่มีขั้ว
|
|
C แบบปรับค่าได้ |
C แบบค่าคงที่ |
ccc  |
|
|
ี
@ C
ค่าคงที่แบบมีขั้ว
ที่นิยมใช้งานคือ
ชนิดที่เป็น อิเล็กโตรไลติกส์
เวลาต่อใช้งานกับไฟ
DC
ต้องต่อขั้วให้ถูกต้อง
ขั้วบวกของ C
ต้องต่อกับไฟบวก
และ ขั้วลบของ C
ต้องต่อกับไฟลบเท่านั้น
@ C
ค่าคงที่แบบไม่มีขั้ว
เวลาต่อใช้งานไม่ต้องดูขั้ว
เพราะส่วนใหญ่จะใช้กับไฟ
AC หรือสัญญาณ C
แบบนี้มีหลายชนิด
และมีคุณภาพแตกต่างกันมักใช้งานด้านความถี่สูง
ที่นิยมใช้งานมากในวงจรอิเล็กทรอนิกส์
คือ C แบบไมลาร์
|
|
Spec
ต่างๆที่ควรรู้เกียวกับตัว
C |
1.
การทนต่ออุณหภูมิ
คือค่าอุณหภูมิสูงสุดที่ C ทนได้ขณะใช้งานปกติประมาณ 85 องศา c
หรือในบางจุดของ
วงจรที่มีความร้อนสูงจะต้องใช้ C อุณหภูมิประมาณ 105 องศา c
2. ค่าทนแรงดัน คือ ค่าแรงดันสูงสุดที่ C
ทนได้ในขณะใช้งาน บอกค่าเป็น V หรือ WV ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เลือกใช้
C
ที่ค่าทนแรงดันที่มากกว่า แรงดันที่จุดต้อใช้งานประมาณ 25 %
จะไม่นิยมใช้ที่ค่าทนแรงดันเท่ากันกับจุดต่อใช้
งาน
เพราะหากแรงดันไม่คงที่ อาจทำให้ C ระเบิดได้
สรุปการใช้งานของ
C :
ถ้าเป็นชนิดที่มีขั้วต้องต่อให้ถูกขั้ว
และแรงดันต้องเท่ากับตัวเดิมหรือมากกว่า
หากมีการตรวจเปลี่ยนตัวใหม่และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ
ค่าทนอุณหภูมิ
ถ้าไม่เช่นนั้น C
อาจจะระเบิด
|
|