Resistor เรียกตัวย่อสั้นๆว่า
R
มีหน่วยความต้านทานเป็นโอห์ม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการต้านกระแสไฟฟ้าซึ่ง
ตัวต้านทานที่มีค่าสูงๆก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลงและในทางตรงข้ามตัวต้านทานที่มีค่าความต้านทานต่ำ
ก็จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลได้มากขึ้น

รูปสัญลักษณ์ (
Symbol )
รูปตัวจริงของตัวต้านทาน
ชนิดของตัวต้านทาน
R
แบบค่าคงที่ ( Fixed Resistor
)
ที่นิยมและเห็นมีการใช้งานอยู่ทั่วไปจะมี
3 แบบ
- แบบที่ 1
Resistor 4 แถบสี (
ค่าความผิดพลาด 5 % )
- แบบที่ 2
Resistor 5 แถบสี (
ค่าความผิดพลาด 1 % )
- แบบที่ 3
Resistor แบบทนวัตต์สูง (
ค่าความผิดพลาด 5-10 %
)
R
แบบปรับค่าได้ ( Variable
Resistor )
Variable
Resistor เรียกตัวย่อสั้นๆว่า
VR
เป็นตัวต้านทานที่สามารถปรับ
เปลี่ยนแปลงค่าได้
เช่น
ใช้ในการปรับแต่งเสียง
แสง สี แรงดันไฟ กระแส
และต่าง ๆ มากมาย
การอ่านค่าตัวต้านทาน
ก่อนอื่นต้องอ่านค่าสีและท่องจำให้แม่นยำก่อน

หลังจากท่องท่องจำรหัสสีได้แม่นแล้ว
ต่อไปจะเป็นการอ่านค่าตัวต้านทาน
การอ่านค่าตัวต้านทานแบบ
4 แถบสี (
ค่าความผิดพลาด 5 % )
1. หลักการอ่าน
ให้เอาสีทองไว้ด้านขวามือเสมอ
จะได้สีแรกที่อยู่ทางด้านซ้ายมือสุด
2. ให้เขียนค่าสีที่ 1
และ 2
ลงไปเลยตามตารางรหัสสีที่ได้จากตาราง
3. สีที่ 3
เป็นตัวคูณ ( 10
ยกกำลัง ค่าสี )
หรือพูดง่ายๆก็คือจำนวนเลข
0
ที่ต้องเติมเข้าไป
ยกเว้น
- สีดำที่เท่ากับ 0
จะไม่ต้องเติมเพราะ
10 ยกกำลัง 0 เท่ากับ 1
คูณกับตัวไหนได้ตัวนั้น
ฉะนั้นไม่ต้องเติม
- สีทองให้เอา 0.1
ไปคูณกับค่าสี 2
หลักแรกที่อ่านได้
- สีเงินให้เอา
0.01 ไปคูณกับค่าสี 2
หลักแรกที่อ่านได้
4. สีที่ 4
จะบอกค่าความผิดพลาด
เช่น R
ที่มีสีทองเป็นสีสุดท้ายจะมีความค่าผิด
+ 5 %
ของสีที่อ่านได้
หมายความว่า
ยกตัวอย่างเช่น R 100
โอห์ม
ค่าจริงที่วัดได้อาจจะประมาณ
95 - 105
โอห์มในช่วงนี้
ตัวอย่าง
จากตัวอย่าง
R
ดังรูปจะได้ค่าความต้านทานเท่ากับ
12000 โอห์ม

น้ำตาล = 1 (
ตัวตั้ง )
แดง
= 2 ( ตัวตั้ง )
ส้ม
= 000 ( ตัวคูณ 10
ยกกำลัง 3 = 1000 )
ทอง
= ความฃผิดพลาด + 5
%
ซึ่งการอ่านค่าความต้านทานโดยทั่วไป
- ถ้าหากค่าเกิน
1,000 ขึ้นไปมักจะเอา
1,000
ไปหารจะได้หน่วยเป็น
K หรืออ่านว่า กิโล
- ถ้าหากค่าเกิน
1,000,000
ขึ้นไปมักจะเอา
1,000,000
ไปหารจะได้หน่วยเป็น
M หรืออ่านว่า เมกกะ
ภาษาช่างที่นิยมเรียก
เช่น R 1 K ( R 1 เค )
หรือ R 1 M ( R 1 เมก )
เรียกสั้นๆ
และเข้าใจง่ายตรงกันเป็นอัน
OK.
การอ่านค่าตัวต้านทานแบบ
5 แถบสี (
ค่าความผิดพลาด 1 %
จะใช้สีน้ำตาลเป็นสีสุดท้าย
แยกห่างจากพวก )
หลักการอ่านค่า R
5
แถบสีนี้ใช้หลักการเหมือนกัน
เพียงแต่สีที่เพิ่มเข้ามาเป็นเพียงตัวตั้งหลักที่
3 เท่านั้นเอง
1. หลักการอ่าน
ให้เอาสี น้ำตาล
ที่แยกห่างออกจากพวกไว้ด้านขวามือเสมอ
ส่วนจะได ้สีแรก ที่อยู่ทางด้านซ้ายมือสุด
2. ให้เขียนค่าสีที่ 1
, 2 และ 3
ลงไปเลยตามตารางรหัสสีที่ได้จากตาราง
3. สีที่ 4
เป็นตัวคูณ ( 10
ยกกำลัง ค่าสี )
หรือพูดง่ายๆก็คือจำนวนเลข
0
ที่ต้องเติมเข้าไป
ยกเว้น
- สีดำที่เท่ากับ 0
จะไม่ต้องเติมเพราะ
10 ยกกำลัง 0 เท่ากับ 1
คูณกับตัวไหนได้ตัวนั้น
ฉะนั้นไม่ต้องเติม
- สีทองให้เอา 0.1
ไปคูณกับค่าสี 2
หลักแรกที่อ่านได้
- สีเงินให้เอา
0.01 ไปคูณกับค่าสี 2
หลักแรกที่อ่านได้
4. สีที่ 4
จะบอกค่าความผิดพลาด
เช่น R
ที่มีสีน้ำตาลเป็นสีสุดท้ายจะมีความค่าผิด
+ 1 %
ของสีที่อ่านได้
หมายความ
ว่า
ยกตัวอย่างเช่น R 100
โอห์ม
ค่าจริงที่วัดได้อาจจะประมาณ
99 - 101
โอห์มในช่วงนี้
ตัวอย่าง
จากตัวอย่าง
R
ดังรูปจะได้ค่าความต้านทานเท่ากับ
15000 โอห์ม

น้ำตาล
=
1 ( ตัวตั้ง )
เขียว
= 5 ( ตัวตั้ง )
ดำ
= 0 ( ตัวตั้ง )
แดง
= 00 ( ตัวคูณ 10 ยกกำลัง
2 = 100 )
น้ำตาล = ความฃผิดพลาด + 1
%
การอ่านค่าตัวต้านทานแบบทนวัตต์สูง
(
หรือที่นิยมเรียกกันว่า
R กระเบื้อง )
โดยทั้วไป R
ประเภทนี้จะเขียนบอกค่า
ความต้านทาน
และอัตราทนกำลัง
ไว้บนตัวถังเลย
ตัวอย่าง
หมายเหตุ :
อาจจะเขียนสลับตำแหน่งกันระหว่าง
ค่าความผิดพลาดกับ
ค่าวัตต์
ก็เป็นได้

|